วันจันทร์

อากาศ

สรุป ความรู้เรื่อง อากาศ จากวีดีโอที่ได้ชม
     อากาศ (atmosphere) คือ ส่วนผสมของก๊าซต่าง ๆ และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน นอกนั้นเป็นก๊าซอื่น ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย อากาศมีอยู่ รอบ ๆ ตัวเราทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน อากาศมีอยู่ใน บ้าน มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์ อากาศไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น อากาศที่ไม่มีไอน้ำเรียกว่า อากาศแห้ง ส่วนอากาศที่มีไอน้ำปนอยู่ด้วย เรียกว่า อากาศชื้น ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศมีอยู่ระหว่างร้อยละ 0-4 ของอากาศทั้งหมด ไอน้ำเป็นส่วนผสมที่สำคัญ ของอากาศ และไอน้ำก็เป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น ลม พายุ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง รุ้งกินน้ำ เป็นต้น
สมบัติของอากาศ (Properties)
1.อากาศมีตัวตนและสัมผัสได้
2.อากาศมีน้ำหนัก
3.อากาศต้องการที่อยู่
4.อากาศเคลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศได้รับความร้อนจะขยายตัว ลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ความหนา แน่นของอากาศบริเวณนี้ลดลง อากาศบริเวณใกล้เคียงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าความหนาแน่น มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเรียกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศหรือลม อากาศ จะเกิดการเคลื่อนที่อยู่เสมอ บางเวลาเคลื่อนที่น้อย แต่บางเวลาเคลื่อนที่มาก ทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอากาศขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น มีลมพัด มีเมฆ มีฝนตก เป็นต้น ถ้าอุณหภูมิสองบริเวณมีความแตกต่างกันมาก จะทำให้ความหนาแน่นของอากาศสอง บริเวณนั้น ทำให้เกิดลมที่มีกระแสลมพัดมีความเร็วสูง เรียกว่า พายุ ชื่อภาพยุนั้นจะเรียกแตก ต่างไปตามแหล่งทวีปโลก และตามความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้น ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เกิด ความเสียหายมากขึ้น เช่น เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง บ้านเรือนพังทลาย ประชากรเสียชีวิตเป็น จำนวนมาก
อุณหภูมิ (temperature) คือ ระดับความร้อนหนาวของอากาศ ถ้าอากาศหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำลง ถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิหรือระดับความร้อนหนาวของสิ่งต่างๆ คือ เทอร์โมมิเตอร์ หน่วยของอุณหภูมิใช้หน่วยเป็นองศาเซลเซียส และองศาฟาเรนไฮต์

เทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) มีลักษณะคล้ายหลอดแก้ว หัวท้ายปิดมีกระเปาะเล็กๆ อยู่ปลายด้านหนึ่งภายในกระเปาะบรรจุของเหลว เมื่ออากาศร้อนของเหลวจะขยายตัว ทำให้ระดับของเหลวสูงขึ้น เราเรียกว่า อุณหภูมิสูง แต่ถ้าอากาศหนาวของเหลวจะหดตัว ระดับของเหลวจะลดลง เรียกว่า อุณหภูมิต่ำอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการหายใจของสิ่งมีชีวิต ถ้าขาดอากาศ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถ ดำรงชีวิตอยู่ได้ อากาศช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะ โดยทำหน้าที่คล้ายเครื่องปรับอุณหภูมิไม่ให้ ร้อนหรือเย็นเกินไป นอกจากนั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกยังทำหน้าที่กรองและดูดรังสีอุลตราไวโอเลตหรือแสงเหนือม่วงไว้ ไม่ให้ผ่านเข้าสู่โลกชั้นในมากจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งที่มาจากภายนอกโลก เช่น อุกกาบาต ขยะอวกาศ

สรุปวิจัยและโทรทัศน์ครู

สรุปวิจัย

ชื่อวิจัย : ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย
The Result of Providing Natural Color Learning Activity on Young Children Scientific Basic Skills
โดย :  ยุพาภรณ์ ชูสาย  Yupaporn Choosai
ดร.สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์  Dr.Suchinda Kajonrungsilp
ชูศรี วงศ์รัตนะ Chusri Wongrattana
ความมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่มีต่อทักษะพื้นฐาน
ทางวิทยาศาสตร์
2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติก่อนและหลังการทดลอง
สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง
วิธีดาเนินการวิจัย
การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปีศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) สังกัดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีขั้นตอนการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้
1. เลือกกลุ่มตัวอย่างจากนักเรียนทั้งหมด 6 ห้องเรียน โดยวิธีการจับฉลากมา 1 ห้องเรียน ได้นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 จานวน 30 คน
2. จากกลุ่มตัวอย่างในข้อ 1 สุ่มอย่างง่ายอีกครั้ง ด้วยการจับสลากเพื่อกำหนดเป็นกลุ่มทดลอง จานวน 15 คน
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ก่อนใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยมีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยรวมและจำแนกรายทักษะ หลังการ ใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยอยู่มีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้ง โดยรวมและจำแนกรายทักษะอยู่ในระดับมากที่สุด
2. หลังการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์สูงขึ้นกวาก่อนใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
อภิปรายผล
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ที่นามาใช้เป็นรูปแบบการเรียนการสอนอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการจัดประสบการณ์การทดลองที่เปิด โอกาสให้เด็กทากิจกรรมด้วยตนเองเป็นการเรียนการสอนที่ให้อิสระแก่เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูคอยแนะนาและ ช่วยเหลือให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ เป็นวิธีที่ให้เด็กสามารถปฏิบัติและฝึกฝนกระบวนการทางความคิด ค้นคว้าหาความรู้ และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการทดลองสีจากธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมการ สังเกต การจำแนกประเภท การหามิติสัมพันธ์ การลงความเห็นข้อมูล เด็กได้ใช้ความคิดและสัมผัสสื่อที่หลากหลาย ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ทามาเป็นตัวแปรตามเพื่อให้เด็กปฐมวัยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มี 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการหามิติสัมพันธ์ และทักษะการลงความเห็นข้อมูล ซึ่งสามารถอภิปรายได้ ดังนี้
ด้านทักษะการสังเกต พบว่าก่อนการทดลองทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ด้านทักษะการสังเกตมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.33 และหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.20 จะเห็นได้ว่าทักษะการสังเกตของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองจะสูงขึ้น เนื่องมาจากในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาตินั้นเป็นลักษณะการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยเด็กเป็นผู้ลงมือกระทาด้วยตนเองในการใช้ประสาทสัมผัส เช่น การดู การสัมผัส การชิมรส ด้วยการลงมือทดลองด้วยการกระทาให้สิ่งต่างๆ ที่นามา เช่น ดอกไม้ ผัก ผลไม้ มาทาให้เกิดสี เด็กจะได้กระทาด้วยกระบวนการต่างๆ จนเกิดสี และเด็กจะทราบว่า สีต่างๆ เกิดจากอะไรบ้าง เช่น ในสัปดาห์ที่ 5 เด็กนำใบเตยมาทาให้เกิดสีเขียวและนำฝรั่งมาทาให้เกิดสีก็เป็นสีเขียวด้วยเช่นกันเด็กๆ ก็จะสังเกตเห็นว่าทั้งผัก ใบไม้ และผลไม้ ก็สามารถทาให้เกิดสีเดียวกันได้ และยังให้เด็กแยกได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันออกไปโดยสามารถบอกได้สิ่งที่เด็กลงมือทดลองนั้นทาให้เกิดสีอะไรมีเหตุผลที่สามารถตอบได้ด้วยตนเองที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงและมีการกระทาร่วมกับเพื่อนๆ อีกด้วย เช่นการลงมือปฏิบัติด้วยการทาขนมบัวลอยหลากสี ในสัปดาห์ที่ 4 โดยการใช้สีที่ได้จากที่เด็กทดลอง ได้แก่ สีเหลืองจากดอกคาฝอยและดอกโสน สีม่วงจากดอกอัญชัน สีชมพูจากดอกเข็ม เด็กจะสังเกตเห็นว่าเมื่อนาสีผสมลงไปในแป้งสีของแป้งจะเปลี่ยนเป็นสีที่นาไปผสมลง เด็กๆจะตื่นเต้นกันมากในการลงมือปฏิบัติซึ่งเด็กจะได้ทั้งการสัมผัส มองเห็น ชิมรส ดมกลิ่น และการเปลี่ยนแปลงของแป้งเมื่อยังดิบและเมื่อสุกแล้วเด็กสามารถบอกได้ว่ากระบวนการทาเริ่มจากอะไรและได้ผลเป็นอย่างไร เพราะอะไร
ด้านทักษะการจำแนกประเภท พบว่าก่อนการทดลองมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 6.00 และหลังการทดลอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.73 จะเห็นได้ว่าหลังการทดลองจะสูงขึ้นเนื่องมาจากในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาตินั้นเป็นลักษณะการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยเด็กเป็นผู้ลงมือกระทาด้วยตนเอง ในการใช้วิธีการแบ่งพวกเรียงลาดับวัตถุโดยใช้ความเหมือนความแตกตางหรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ และด้วยการลงมือทดลองด้วยการกระทาให้สิ่งต่างๆ ที่นามา เช่น ผัก ผลไม้ มาทาให้เกิดสี เด็กได้กระทาด้วยกระบวนการต่างๆ จนเกิดสี และเด็กจะทราบว่า สีต่างๆ เกิดจากและดอกไม้สีต่างๆ เช่น เด็กนาเอา ใบย่านางมาทาให้เกิดสีเขียว และนาเอาดอกอัญชันมาทาให้เกิดสีก็เป็น สีม่วง เด็กๆ ก็จะบอกได้ว่าทั้งผัก ใบไม้ และผลไม้ ก็สามารถทาให้เกิดสีได้เช่นเดียวกันแต่มีสีที่แตกต่างกันหรือสีเดียวกันได้ และยังให้เด็กแยกได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันออกไปโดยสามารถบอกได้ถึงสิ่งที่เด็กลงมือทดลองนั้นทาให้เกิดสีอะไรมีเหตุผลที่สามารถตอบได้ด้วยตนเองที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงและมีการกระทาร่วมกับเพื่อนๆ อีกด้วย อย่าง เช่น ในสัปดาห์ที่ 6 หน่วยน้าหวานสีแดง เด็กลงมือปฏิบัติเครื่องดื่มที่มีสีต่างๆ โดยนาเอาสีแดงจากแตงโม กระเจี๊ยบ สตรอเบอร์รี่และมะเขือเทศ โดยที่เด็กได้เรียนรู้วิธีการนาสีที่ตนเองได้ทดลอง มาผสมน้าหวานและน้าแข็ง ก็จะได้เครื่องที่เด็กๆ ชื่นชอบ ทาให้เด็กทักษะในการทางานสามารถบอกได้ว่าเครื่องดื่มสีไหนทาจากอะไร และสามารถนาไปทาประโยชน์อะไรได้บ้าง
ด้านทักษะการหามิติสัมพันธ์ พบว่าก่อนการทดลอง มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.80 และหลังการทดลอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.60 จะเห็นได้ว่าทักษะการหามิติสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองจะสูงขึ้น เนื่องมาจากในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาตินั้น เป็นลักษณะการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยเด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในการใช้ความสามารถในการบอกความสัมพันธ์ระหว่างมิติต่างๆ ของวัตถุหรือบอกตำแหน่งของวัตถุ ได้แก่ รูปร่างหรือรูปทรงขนาด ระยะทางตำแหน่งพื้นที่หรือสถานที่หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ และด้วยการลงมือทดลองด้วยการปฏิบัติให้สิ่งต่างๆ ที่นามา เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ มาทาให้เกิดสี เด็กจะได้ปฏิบัติด้วยกระบวนการต่างๆ จนเกิดสีทาให้เด็กทราบว่าสีต่างๆ เกิดจากผักผลไม้และดอกไม้สีต่างๆ เช่น เด็กนาเอาดอกกระเจี๊ยบ แตงโมและมะเขือเทศ นามาทาให้เกิดสีแดง เด็กๆ สามารถบอกได้ว่าทั้งผัก ใบไม้ และผลไม้ ก็สามารถทาให้เกิดสีได้เช่นเดียวกัน แต่มีสีที่แตกต่างกันหรือสีเดียวกันได้ และเด็กยังแยกได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันออกไปโดยสามารถบอกได้ถึงสิ่งที่เด็กลงมือทดลองนั้นทาให้เกิดสีอะไรมีเหตุผลที่สามารถตอบได้ด้วยตนเองจากการที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงและมีการลงมือปฏิบัติร่วมกับเพื่อนๆ อีกด้วยเช่นในสัปดาห์ที่ 8 เรียนเรื่องอาหารหลากสี เด็กนาเอาดอกอัญชัน ดอกคาฝอย ใบเตย เม็ดลูกผักปรัง มาทาให้เกิดสี แล้วนาสีที่ได้ไปทาขนมถั่วแปบหลากสี ซึ่งการทาขนม ใช้การผสมแป้งกับสี แล้วนาไปปั้นให้เป็นลูกกลมๆ ก่อนแล้วจึงแผ่แป้งให้เป็นแผ่นบางแต่ยังคงอยู่รูปร่างทรงกลม เด็กได้ลงมือปฏิบัติครูคอยใช้คาถามถามเด็กถึงสิ่ง เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเริ่มแรกเด็กก็ยังตอบคาถามว่าเราปั้นลูกขนมเป็นรูปอะไรเหมือนกับอะไร เด็กๆ ก็จะตอบว่าเหมือนสิ่งของต่างๆ เด็กจะสนุกสนานกับการได้ลงมือปฏิบัติ
ด้านทักษะการลงความเห็นข้อมูล พบว่าก่อนการทดลองทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ด้านทักษะการลงความเห็นข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.27 และหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.87 จะเห็นได้ว่าทักษะการลงความเห็นข้อมูลของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองจะสูงขึ้น เนื่องมาจากในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาตินั้น เป็นลักษณะการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง โดยเด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ในการใช้ความสามารถในการอธิบายหรือแสดงความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผล ในการอธิบาย หรือสรุปผลจากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด การสัมผัส โดยใช้ความรู้หรือประสบการณ์เดิมและด้วยการลงมือทดลองด้วยการปฏิบัติให้สิ่งต่างๆ ที่นามา เช่น ผัก ผลไม้มาทาให้เกิดสีเด็กจะได้ลงมือปฏิบัติด้วยกระบวนการต่างๆ จนเกิดสี เด็กจะทราบว่า สีต่างๆ เกิดจากผัก ผลไม้และดอกไม้สีต่างๆ เช่น เด็กนาเอา ฟักทอง สับปะรด ข้าวโพด และมะเขือเทศ มาทาให้เกิดสีเหลือง แล้วนาสีที่ได้มาไปผสมทาเครื่องดื่ม เติมรสหวาน เค็มนิดหน่อย เด็กๆ ก็สามารถบอกได้ว่าทั้งผัก ใบไม้ และผลไม้ ก็สามารถทาให้เกิดสีได้และทาเป็นอาหารได้เช่นเดียวกัน แต่มีสีที่แตกต่างกันหรือสีเดียวกันได้ และเด็กยังสามารถแยกได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันออกไปโดยสามารถบอกได้ถึงสิ่งที่เด็กลงมือทดลองนั้นทาให้เกิดสีอะไรมีเหตุผลที่สามารถตอบได้ด้วยตนเองจากที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงและมีการกระทาร่วมกับเพื่อนๆ อีกด้วย

ข้อสังเกตที่ได้จากการวิจัยพบว่าในขณะที่เด็กลงมือปฏิบัติกิจกรรมทดลองสีจากธรรมชาติในระยะ แรกเด็กๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มยังน้อยเพราะยังไม่คุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น เวลาใช้ครกตาดอกไม้เพื่อให้เกิดสีเด็กยังใช้เครื่องมือไม่ถนัด ครูต้องคอยชี้แนะในการใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และใช้คาถามกระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้นและสนใจในการทดลองมากยิ่งขึ้นและให้แรงเสริมด้วยการชมเชยในขณะที่เด็กทาได้หรือตอบคาถามได้ การทดลองผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เด็กสามารถพูดคุยกันถึงเรื่องสี่ที่เกิดขึ้นว่าจะเอาไปทาอะไรต่อได้อีก บางคนก็บอกว่าเคยเห็น แม่ทาที่บ้านหรือบอกว่าจะหาวัตถุในการทาให้เกิดสีมาจากที่บ้าน หรือถามกันว่าบ้านใครมีอะไรบ้างที่น่าจะทาให้เกิดสีได้บ้างในช่วงสัปดาห์ที่ 4 เป็นการลงมือทาขนมบัวลอยหลากสีเด็กจะต้องใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจะต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและมีการใช้หม้อตั้งไปต้มน้าให้เดือดมากๆ ครูและผู้ช่วยต้องสอนวิธีการใช้เครื่องต่างๆ อย่างละเอียดบอกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยครูจะเป็นผู้ติดไฟให้เด็ก และนาไปวางบนเตาไฟฟ้าและเมื่อเสร็จก็ยกลงให้กับเด็กด้วยเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น


สรุปโทรทัศน์ครู

ชีวิตทดลองได้ : อากาศ (ป.3) ดร.พรทิพย์ ศิริภัทราชัย
ชมการจัดการเรียนการสอนแบบ 5E ของ ดร.พรทิพย์ ศิริภัทราชัย รร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) ฝ่ายประถม ในการสอนเรื่องอากาศ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่ทำให้เด็กๆเข้าใจด้วยการทดลองให้เกิดการเรียนรู้ จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา แบบ 5E มีดังนี้ กระตุ้น สำรวจ สรุป ขยายความรู้ ประเมินผล เน้นการเปิดโอกาสให้เด็กถาม เพื่อเป็นนักแสวงหาความรู้ต่อไป 
ความคิดเห็น 
       เป็นเทคนิคการสอนที่น่าสนใจทำให้เด็กๆมีส่วนร่วมในการเรียน เปิดโอกาสเด็กได้ถามในเรื่องที่ตนสังสัยมากขึ้น ช่วยให้เด็กๆส่งเสริมความรู้ ซึ่งจะมีทางด้านการส่งเสริมกระบวนการการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้ ครูก็มีเทคนิคและวิธีการสอนที่ดีเพื่อยึดเด็กเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
       ดี เพราะครูท่านนี้มีการเรียนการสอนแบบ5E จะเกิดกระบวนการคิดและจินตนาให้เกิดการเรียนของผู้เรียนและนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

สัปดาห์ที่ 12

สัปดาห์ที่ 12
บันทึกอนุทิน สัปดาห์ที่ 12
       วิชา : การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
       อาจารย์ผู้สอน : อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
       วัน/เดือน/ปี : 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
       ครั้งที่ : 12 กลุ่มเรียน : 101 (วันพฤหัสบดี : เช้า)
       เวลาเข้าเรียน 08:30-12:20 น. ห้องเรียน : 233


หน่วยกล้วย (ชนิดของกล้วย)
นำด้วยเพลง แล้วให้เด็กตอบเกี่ยวกับเนื้อเพลงของกล้วย  เป็นการเชื่อมโยงความรู้เดิมของเด็ก มีภาพกล้วยมาให้เด็กดู แล้วถามว่ากล้วยที่เห็น เป็นกล้วยชนิดไหน ให้เด็กยกมือตอบ ครูนำภาพมาอธิบายให้เด็กดูอีกรอบ

หน่วย ไก่ ( ลักษณะของไก่ )
มีรูปไก่มาให้เด็กดู  มีลักษณะต่างๆให้เด็กดูด้วย มีสีอะไรบ้าง มีขนาดของไก่มาให้เด็กดู มีภาพไก่แจ้ กับไก่ต๊อกมาให้เด็กดู แล้วถามเด็กว่า  ภาพสองภาพ เหมือนกันอย่างไร  และภาพสองภาพต่างกันอย่างไร  แล้วมีวงกลม แสดงความเหมือน ต่าง แล้วความสัมพันธ์ของไก่ทั้งสองชนิด 

หน่วย กบ (วัฏจักรของกบ)
ครูเปิดวิดีโอ วงจรชีวิตของกบ การดำรงชีวิตของกบ และกบจำศีลให้เด็กดู เมื่อดูวีดีโอจบ ครูถามเด็ก เพื่อทบทวนความรู้จากวีดีโอที่ได้ดู ครูถามเด็กว่า กบมีสีอะไรบ้าง  อาศัยอยู่ที่ไหน กบจำศีลเมื่อไหร่ 

หน่วย ปลา ( ประโยชน์และข้อพึงระวังของปลา )
 เป็นการเล่านิทานเกี่ยวกับประโยชน์และข้อพึงระวังของปลาให้เด็กฟัง แล้วถามเด็ก นำตารางมาเปรียบเทียบ ประโยชน์ และข้องพึงระวังของปลา แล้วถามเด็กว่า นอกเหนือจากประโยชน์และข้อจำกัดของปลาในนิทานแล้ว เด็กรู้จักอะไรอีกบ้าง แล้วเขียนใส่กระดาษ แล้วนำไปแปะไว้ที่ตารางเปรียบเทียบหน่วย

ข้าว (ข้าวคลุกไข่)
ครูมีอุปกรณ์ต่างๆวางอยู่บนโต๊ะ แล้วถามเด็กว่านี่คืออะไร   แล้วนำเข้าสู่บทเรียน  ครูสาธิตการทำอาหารให้เด็กดูแล้วขอตัวแทนเด็กมาช่วยครูทำ ให้เด็กทำหรือช่วยเตรียมอุปกรณ์ง่ายๆ ให้เด็กสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นสรุป บอกประโยชน์ของข้าวว่านอกจากกินสุกแล้ว สามารถนำมาประกอบอาหารอย่างอื่นได้

หน่วย ต้นไม้ ( ชนิดของต้นไม้)
ครูท่องกลอน หรือคำคล้องจอง เกี่ยวกับชนิดของข้าว แล้วถามเด็กว่า จากคำคล้องจองมีต้นไม้อะไรบ้าง ครูถามเด็กว่า นอกจากต้นไม้ที่กล่าวมา เด็กรู้จักต้นไม้อะไรบ้าง  แล้วครูก็นำแผ่นภาพมาให้เด็กดูแล้วให้เด็กตอบ

หน่วย นม ( ลักษณะของนม)
ร้องเพลง ดื่มนมกันเถอะ และเป็นการเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำการทดลองให้เด็กดู แล้วถามเด็กว่ามีอะไรวางอยู่บนโต๊ะจากนั้นก็ทำการทดลองให้เด็กดู ทำการทดลอง  หยดน้ำยาล้างจานลงไปในนม  และสีผสมอาหาร ผลการทดลอง น้ำยาล้างจานกับนม เกิดฟอง นมเปลี่ยนสีตามสีผสมอาหาร

หน่วย น้ำ ( อนุรักษ์น้ำ )

ร้องเพลง อย่าทิ้ง ครั้งแรกครูร้องให้เด็กฟัง แล้วครั้งต่อ ให้เด็กร้องร่วมกันกับครูเป็นการเล่านิทาน  ในนิทาน โดยในนิทาน กล่าวถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ การอนุรักษ์น้ำ  เมื่อเล่าเสร็จ ครูจัดกิจกรรมศิลปะ ให้เด็กได้ทำกัน สรุปการดูแลอนุรักษ์แม่น้ำให้เด็กฟัง

        หน่วย มะพร้าว (การปลูกมะพร้าว)
ร้องเพลงเกี่ยวกับมะพร้าว แล้วเล่านิทานการปลูกมะพร้าวให้เด็กฟังแล้วถามเด็กว่า มะพร้าวในนิทาน ปลูกจากที่ไหน ครูบอกถึงการปลูกต้มมะพร้าว และขั้นตอนสำหรับการปลูกมะพร้าวให้เด็กฟัง แล้วนำแผ่นภาพมาให้เด็กเรียงลำดับขั้นตอนของการปลูกมะพร้าว สรุปการปลูกต้นมะพร้าว และการดูแลรักษา
       
หน่วย ผลไม้ (ผลไม้ผัดเนย)
นำเด็กด้วยการร้องเพลง ผลไม้ ถามเด็กว่า เด็กรู้จักผลไม้อะไรบ้าง ครูเตรียมอุปกรณ์ทำอาหาร และส่วนผสมต่างๆมาแล้ว ครูของตัวแทนเด็กมาช่วยในการทำ แล้วบอกขั้นตอนการทำ  และให้เด็กสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของผลไม้เมื่อผสมกับเนยที่อยู่ในกระทะร้อน ครูถามเด็กว่าผลไม้ นอกจากจะทานผลดิบ หรือผลสุกแล้ว สามารถนำมาทำอะไรได้อีกบ้าง

การนำไปประยุกต์ใช้
          การนำกิจกรรมแผนการสอนของเพื่อนไปปรับใช้เพื่อเป็นแนวทางในการสอนเด็กปฐมวัย

การประเมินผล [Evaluation]
ประเมินตนเอง[Self] : อยู่ในระดับดี เตรียมความพร้อมในการสอนcooking แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนและตั้งใจฟังเพื่อนสอน
ประเมินเพื่อน[Friends] : : อยู่ในระดับดี แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนและตั้งใจฟังเพื่อนสอน ให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์[Teacher] : อยู่ในระดับดีมาก เพราะว่า อาจารย์มีการเตรียมความพร้อมในการที่จะสอนนักศึกษามาอย่างดี มีเทคนิคและวิธีการในการสอนและการแนะนำแผนการสอนของนักศึกษาทุกกลุ่ม

สัปดาห์ที่ 11

สัปดาห์ที่ 11
บันทึกอนุทิน สัปดาห์ที่ 11
       วิชา : การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
       อาจารย์ผู้สอน : อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
       วัน/เดือน/ปี : 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557
       ครั้งที่ : 11 กลุ่มเรียน : 101 (วันพฤหัสบดี : เช้า)
       เวลาเข้าเรียน 08:30-12:20 น. ห้องเรียน : 233


ชั่วโมงที่ 11 ของการเรียนการสอน วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย การเรียนการสอนวันนี้คือ การทดลองหลายๆอย่าง


การทดลองที่ 1 การจม การลอย



















           ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปกลมๆ เเล้วนำดินน้ำมันลงไปใส่ในโหลน้ำที่เตรียมไว้ เมื่อหย่อนดินน้ำมันลงไป ดินน้ำมันจะจมลงไปในน้ำ เพราะรูปทรงกลมมีน้ำหนักมากจึงจมลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว และอาจารย์ให้เพื่อน 2 แถว สุดท้ายปั้นดินน้ำมันเป็นรูปทรงต่างๆตามจินตนาการ เช่น รูปเรือ  แล้วนำลงไปใส่ในโหลน้ำ จะสามารถลอยน้ำได้ เนื่องจากมีลักษณะแบนและบาง"
       
การทดลองที่ 2 ดอกไม้บาน
  
           ตัดกระดาษเป็นรูปดอกไม้ เเล้วพับกลีบดอกไม้ให้หมด หลังจากนั้นนำลงไปใส่ในโหลน้ำที่เตรียมไว้ เมื่อวางดอกไม้ลงไปดอกไม้ก็จะค่อยๆบาน เกิดจากการดูดซึมของน้ำ โดยที่เมื่อวางกระดาษลงไปน้ำจะดูดซึมไปในกระดาษ กระดาษจะทำการคลายตัวออก

การทดลองที่ 3 น้ำ
 
         เปิดเทปรูที่1 (รูด้านบน) สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น คือ น้ำจะไม่ไหลออกมา เเต่ลองเปิดฝาขวดน้ำออก น้ำก็จะไหลออกมาค่อยๆเเต่ไม่เเรง เพราะมีเเรงดันอากาศเปิดเทปออกเเล้วน้ำจะไม่ไหลออกมา เปิดเทปรูที่ 2  (รูตรงกลาง) สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น คือ น้ำจะไหลออกมาเเรงกว่ารูที่ 1 ถึงจะปิดฝาขวดเเล้วก็ตาม ( เเต่ถ้าไม่อยากให้น้ำรูที่2ไหลให้เอามือไปปิดที่ 1ไว้น้ำก็จะไม่ไหล) ซึ่งเกิดจากเเรงดันอากาศนั้นเอง เปิดเทปรูที่ 3  น้ำจะไหลออกมาเเรงกว่ารูที่1และรูที่ 2
 
         เมื่อน้ำอยุ่ในระดับที่สูงกว่าก็จะไหลออกมา แต่เมื่อน้ำอยู่ในระดับเดียวกับสายยางน้ำก็จะไม่ไหลออกมา

การทดลองที่ 4 แก้วกับเทียน
 
เมื่อจุดเทียนแล้ว นำแก้วไปครอบเทียนไว้เทียนก็จะดับ เนื่องจากไม่มีออกซิเจน

การทดลองที่ 5 ปากกาน้ำแก้วน้ำ
เมื่อนำปากกาใส่ลงไปในแก้วน้ำจะพบว่า ส่วนที่อยู่ในน้ำใหญ่กว่าส่วนที่อยุ่ข้างบน

        การนำไปประยุกต์ใช้
          การเรียนรู้ของการหักเเหที่เเสงกระทบกับวัตถุ การลอยน้ำของมวลของวัตถุที่มีความหนักเเละความเบา การเรียนรู้เรื่องเเรงดันอากาศ และมวลของน้ำ การเรียนรู้เรื่องแว่นขยาย สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับได้เด็กในอนาคต

การประเมินผล [Evaluation]
ประเมินตนเอง[Self] : อยู่ในระดับดี ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบาย แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนและตั้งใจจดบันทึก
ประเมินเพื่อน[Friends] : : อยู่ในระดับดี แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลาส่วนมากมีสายบางคน ตั้งใจเรียนและตั้งใจจดบันทึก

ประเมินอาจารย์[Teacher] : อยู่ในระดับดีมาก เพราะว่า อาจารย์มีการเตรียมความพร้อมในการที่จะสอนนักศึกษามาอย่างดี มีเทคนิคและวิธีการในการสอนการทดลองอย่างละเอียดและสนุกสนาน